การเดินทาง: จากป่าชุมชนใกล้บ้านสู่คนประสานงานโครงข่ายป่าดงราษฎรภาคทิศตะวันออก

มีเหตุหนึ่งที่ทำให้เจถึงกับขนาดถูกข่มขู่รังควาน วันหนึ่งกลุ่มเที่ยวตรวจพบว่าต้นอ้อยช้างต้นใหญ่ถูกตัดไป ถึงแม้เพียงแค่ต้นเดียว แม้กระนั้นเมื่อไม่ถูกระเบียบการใช้ป่าชุมชน เจก็เลยสนับสนุนให้มีการบังคับใช้มาตรการลงอาญาอย่างเป็นจริงเป็นจัง จนกระทั่งเอามาสู่การปรับผู้ที่ตัดต้นไม้เป็นเงิน 5,000 บาท เจเรียกมันว่า “ตำนานต้นไม้ 5,000 บาท” และก็ชอบเล่าให้ผู้ที่มาดูงานป่าชุมชนบ้านเขาใหญ่ฟังเป็นตัวอย่างของการบังคับใช้ระเบียบปฏิบัติป่าชุมชนที่ได้ผลจริงที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักเวลานี้

“ป่าชุมชนแปลงนี้ผมเคยส่งเข้าแข่งขันของกรมป่าไม้ได้รางวัลระดับจังหวัดยาวนานหลายปีนะ” เขาเล่าอย่างพึงใจรวมทั้งพูดว่าเมื่อใดก็ตามเขาได้กลับมาที่ป่าชุมชนบ้านเขาใหญ่เขารู้สึก “ราวกับได้กลับไปอยู่บ้าน”

ภารกิจก่อตั้งป่าชุมชนบ้านเขาใหญ่ทำให้เจเริ่มมีชื่อเสียงของข้าราชการป่าดงในภาคทิศตะวันออก งานพวกนั้นชักจูงให้เจได้มาร่วมงานกับหน่วยงานภาคประชาชนสังคมอย่างโครงข่ายป่าชุมชนรอยต่อ 5 จังหวัดภาคทิศตะวันออก แล้วก็ขณะนี้เองที่เจได้สั่งสมประสบการณ์รวมทั้งทำความเข้าใจงานด้านป่าชุมชน อีกทั้งในเชิงเคล็ดลับ แนวความคิดแล้วก็การทำงานอย่างเข้มข้นลึกซึ้ง โดยยิ่งไปกว่านั้นจาก “พี่ทนงอำนาจ” (ทนงศักดา จันทร์ทองคำ สมัยก่อนข้าราชการรีคอฟ) แล้วก็ “พี่เครื่องหมาย” (เครื่องหมาย เกียรติยศเสรี ข้าราชการส่วนจัดแจงป่าชุมชน สำนักจัดแจงทรัพยากรป่าดงที่ 9 สาขาจังหวัดปราจีนบุรี)

นอกเหนือจากการที่จะรู้เรื่องทราบและก็ประสบการณ์แล้ว อีกทั้งพี่เครื่องหมายแล้วก็พี่ทนงศักดายังแปลงเป็นแรงจูงใจให้ต้องการดำเนินการป่าชุมชนอย่างเอาจริงเอาจังมากขึ้นรวมทั้งทำให้เขาศึกษาและทำการค้นพบว่าตนเองถูกใจการเดินทาง ถูกใจการติดต่อประสานงาน ถูกใจเสวนากับผู้คนไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมืองแคว้น หรือประชาชน และก็เริ่มมีเป้าหมายในใจว่า“ต้องการที่จะให้คนท้องถิ่นมีสิทธิสำหรับในการดูแลจัดแจงทรัพยากร”

ถัดมาเมื่อศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อคนกับป่าหรือรีคอฟรวมทั้งหน่วยงานผู้สนับสนุนตั้ง “โครงข่ายป่าดงภาคราษฎร” ขึ้นในปี 2562 เจได้เข้ามาร่วมงานด้วยในฐานะผู้แทนจากโครงข่ายป่าชุมชนรอยต่อ 5 จังหวัดฯ รวมทั้งเปลี่ยน มาเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของโครงข่ายป่าดงพสกนิกรอย่างสุดกำลังในปีต่อมา เมื่อได้รับการทาบทามให้เป็นคนประสานงานภาคทิศตะวันออกของโครงข่ายฯ ซึ่งเจก็ตอบรับด้วยความสมัครใจแม้ว่าจะมีความเคร่งเครียดและไม่เชื่อมั่นอยู่บ้าง เนื่องจากว่ามีความรู้สึกว่าตนเองยังมีความรู้และมีความเข้าใจด้านป่าดงไม่มากเท่าไรนักเพราะว่างานที่ทำอยู่เป็นประจำของเขาเป็นเป็นพวกที่ประชุมอบต.ทั้งยังยังมิได้มีวิถีชีวิตอยู่กับป่าราวกับหัวหน้าป่าชุมชนผู้อื่น

โครงข่ายป่าดงภาคพสกนิกรเริ่มมาจากความร่วมแรงร่วมมือของรีคอฟ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยืนยง แล้วก็สถาบันปรับปรุงหน่วยงานชุมชน โดยได้รับงบประมาณส่งเสริมจากสหภาพยุโรป มีเป้าหมายเพื่อเป็นหลักที่กึ่งกลางของกรุ๊ป หน่วยงาน หรือโครงข่ายของผู้ที่ปฏิบัติงานด้านการจัดการป่าที่มีชุมชนรวมทั้งพสกนิกรเป็นฐาน ซึ่งบางทีอาจจะเป็นทั้งยังในลักษณะของป่าชุมชนในพื้นที่ป่าสงวน ป่ารักษา หรือป่าสาธารณะผลดี อื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งการผลิตพื้นที่สีเขียวในชุมชน ในแปลงเกษตร และก็แม้กระทั้งในพื้นที่เมือง